ชนิด ระดับ ความสำคัญของตัวแปร

ชนิดของตัวแปร ให้เข้าใจเรื่องของตัวแปรง่าย ๆ เราจะแยกตัวแปรออกเป็น 2 ชนิด คือ ตัวแปรตาม และตัวแปรอิสระ

ตัวแปรตาม หรือ Dependent Variable คือ ตัวแปรที่มีความแตกต่างในตัวของมันเอง เป็นตัวแปรที่ค่าของมันได้ ผลกระทบมาจากตัวแปรตัวอื่น เช่น ทัศนคติ ความพึงพอใจ ความคิดเห็น ยกตัวอย่าง 3 อย่างนี้ น่าจะเป็นที่เข้าใจเรื่องตัวแปรตามกันได้อย่างง่าย ๆ นะ

สำหรับตัวแปรอีกตัว ตัวแปรอิสระ ตัวตัวแปรต้น หรือ Independent Variable ตัวแปรตัวนี้เป็นตัวแปรที่มีผล หรือมีอิทธิพลต่อความแตกต่างของตัวแปรตาม เป็นตัวที่ส่งผลกระทบตัวแปรตาม เช่น เพศ อายุ การศึกษา ตัวอย่าง 3 ตัวนี้ก็เป็นตัวอย่างง่ายแสนง่ายเช่นกันนะ

ที่นี่สำหรับงานศึกษาชิ้นหนึ่งเราจะรู้ได้อย่างว่า ตัวแปรไหนจะเป็นต้วแปรต้น ตัวไหนจะเป็นตัวแปร เราก็ต้องพิจารณาจาก
1. วัตถุประสงค์การวิจัยของเรา
2. ลำดับเวลาในการเกิดตัวแปรแต่ละตัว
3. ทฤษฎีที่เรานำมาใช้

จำง่าย ๆ เกี่ยวกับหลักการของตัวแปรต้นตัวแปรตาม คือ
ตัวแปรต้น หรือ ตัวแปรอิสระ ————-> ตัวแปรตาม

ทั้งตัวแปรต้นและตัวแปรต่างก็มีระดับของตัวเหมือนกัน ซึ่งระดับของตัวแปรมีอยู่ 4 ระดับ คือ ตัวแปรระดับกลุ่ม ตัวแปรระดับอันดับ ตัวแปรช่วง และ ตัวแปรระดับอัตราส่วน สำหรับงานวิจัยที่ไม่ใช่ด้านวิทยาศาสต์ มักจะใช้ตัวแปรแค่ 3 ระดับแรกเท่านั้น กลุ่ม อันดับและช่วง
1. ตัวแปรระดับกลุ่ม (Nominal Scale) คือ ตัวแปรเลือกตอบที่มีชื่อรายเพื่อจำแนก ไม่สามารถเรียงลำดับความสำคัญ หรือ ก่อนหลังได้ ภาษาไทยอาจเข้าใจยาก แต่ถ้าบอกว่า ตัวแปรนี้จะสร้างกลุ่มคำตอบประเภท Classification ขึ้นมา น่าจะเข้าใจถึงลักษณะตัวแปรนี้ได้ดีกว่า เช่น ตัวแปรเพศ รายการก็จะเป็นเพศหญิง เพศชาย เพศพิเศษ ตัวแปรศาสนา รายการก็จะเป็นศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสตร์อิสลาม (เอาแค่สามศาสนาพอ)
2. ตัวแปรระดับอับดับ (Ordinal Scale) คือ ตัวแปรเลือกตอบที่มีชื่อและสามารถเรียงลำดับรายการในแง่ของความเป็นคณิตศาสตร์ได้ คำว่า Ordinal ก็มาจาก Ordering นั้นหล่ะ ตัวอย่างตัวแปรนี้ ก็อย่าง ตัวแปรการศึกษา รายการก็จะแบ่งเป็นระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับปริญญาตรี อะไรอย่างนี้หล่ะ
3. ตัวแปรระดับช่วง (Interval Scale) คือ ตัวแปรที่มีรายการเลือกตอบที่สามารถนำมาเรียงลำดับมากน้อยหรือ ความสำคัญได้ โดยที่แต่ละรายการเลือกตอบนั้นจะมีตัวเลขระยะห่างของรายการเลือกตอบเท่ากัน ๆ ระยะห่างนี้คือคำว่า Distance ตัวอย่างของตัวแปรนี้ก็ตัวแปรที่มาจากระดับความพึงพอใจ 5 ระดับ ที่เรามักจะกำหนดค่าให้เป็น 5 4 3 2 1
4. ตัวแปรอัตราส่วน ( Ratio Scale) คือ ตัวแปรที่มีรายการเลือกตอบสามารถเรียงลำดับทางคณิตศาตร์ได้ ตัวแปรพวกนี้ อย่างเช่น ความสูง น้ำหนัก อะไรที่มีจุดทศนิยมทำนองนี้หล่ะ ซึ่งการวิจัยที่จะใช้ตัวแปรอย่างนี้ส่วนใหญ่เป็นตัวแปรทางวิทยาศาสตร์

สำหรับตัวแปรที่เราสามารถแปรเปลี่ยนระดับของตัวแปรได้คือ ตัวแปรอัตราส่วน ตัวแปรระดับช่วง ตัวแปรระดับอับดับ ถ้าเราเลือกตัวแปรรายได้มาใช้ในการศึกษา แล้วเราตั้งตัวแปรให้เป็นตัวแปรช่วงด้วยตัวการตั้งคำถามว่า คุณมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนนเท่าไร ___________ บาท การตั้งเป็นคำถามปลายเปิด ให้คนตอบได้ใส่ตัวเลขคำตอบเอง ทำให้ตัวแปรรายได้ในข้อนี้ เป็นตัวแปรระดับอัตราเลยทีเดียว จากนั้นเราก็ค่อยมาทำการจัดช่วง หรือ จัดกลุ่มในภายหลังตามแต่เราต้อง
การยังไงก็ได้ สิ่งที่เราต้องการบอก ก็คือ หากตัวแปรที่ต้องการสร้างมีคำตอบเป็นตัวเลขที่มีลำดับก่อนหลัง สูงต่ำ เราสร้างให้ตัวแปรนั้นให้เป็นตัวแปรระดับอัตราส่วนได้ยิ่งดีที่สุด

เราจำเป็นต้องรู้ว่าตัวแปรแต่ละตัวที่เราสร้างขึ้นมาเป็นตัวแปรระดับไหน เพื่อกำหนดการเลือกใช้สถิติที่ถูกต้องตามแต่ละระดับของตัวแปร

—————————————————–
วันนี้พร่ำเพ้อแค่นี้ก่อน เหนื่อยหล่ะ
ปูลู .. เราไม่ใช่พวกชอบใช้ไทยคำ อังกฤษคำนะ  ที่พิมพ์ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เพราะอยากอวดภูมิความรู้อะไรทั้งนั้น
แต่บางครั้งเราคิดว่า การกำกับคำด้วยภาษาอังกฤษก็มีผลดีเหมือนกัน
เพราะมันจะทำให้คนอ่านเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อสารได้ดีกว่าการใช้คำภาษาไทย

About s4430309
Take care of yourself and Don’t forget that I'M always with the Wind.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: